ปริมาณคอลลาเจนต่อวัน ควรกินเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

ปริมาณคอลลาเจนต่อวัน ควรกินเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

คอลลาเจนทานตอนไหนดี ? เคล็ดลับช่วงเวลากินสำหรับผู้ชาย
May 31, 2023
ลดอย่างไรให้ได้ผลไว
วิธีลดความอ้วน 1 เดือน ลดอย่างไรให้ได้ผลไว
May 31, 2023

เชื่อว่าเรื่องของการดูแลตัวเองไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกาย หรือสุขภาพผิวก็ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคนี้ให้ความสำคัญกันทั้งนั้น เนื่องจากว่าผู้คนอยากที่จะมีสุขภาพที่แข็งแรง และอยากที่จะทำให้ผิวพรรณของตัวเองดูดีขึ้นด้วย เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมให้มีภาพลักษณ์ที่ดีนั่นเอง ซึ่งวิธีการที่จะสามารถดูแลสุขภาพ และผิวพรรณให้ดีขึ้นได้นั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายวิธีเลย หนึ่งในนั้นก็คือ การกินคอลลาเจน โดยเมื่อกิน คอลลาเจนช่วยดูแลได้ทั้งผิวพรรณ และสุขภาพควบคู่กันไปเลย รวมถึงยังสามารถดูแลในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ด้วย แล้ว ปริมาณคอลลาเจนต่อวัน ควรกินแค่ไหนถึงจะเหมาะสม มาดูกัน


ปริมาณ คอลลาเจน ต่อวันที่เหมาะสม ควรกินมากน้อยแค่ไหน

ปริมาณคอลลาเจนต่อวัน ควรกินเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

ก่อนอื่นที่จะมารู้ว่า ปริมาณคอลลาเจนต่อวัน ที่เหมาะสมและควรกินนั้นคือมากน้อยแค่ไหน ก็อยากให้ได้รู้ก่อนว่า สำหรับผู้ที่มีประวัติการแพ้อาหารทะเล หรือแพ้สารสกัดที่ได้มาจากปลานั้น ควรหลีกเลี่ยงการกินคอลลาเจนไปเลย เนื่องจากว่าส่วนใหญ่แล้วคอลลาเจนจะสกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึก ทำให้หากว่าผู้ที่แพ้อาหารทะเลมากินก็อาจจะส่งผลให้เกิดอาการแพ้ หรืออันตรายขึ้นมาได้ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงไปเลยดีกว่า ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่ได้มีอาการแพ้อาหารทะเลใด ๆ ก็สามารถกินคอลลาเจนเพื่อบำรุงร่างกาย และผิวพรรณได้เลย 

มาถึงในส่วนของปริมาณคอลลาเจนที่เหมาะสม และควรกินกันบ้าง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยาของประเทศไทย ได้แนะนำเอาไว้ว่า ปริมาณคอลลาเจนที่เหมาะสมก็คือ 2,500-5,000 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่าเป็นปริมาณที่เพียงพอแล้วสำหรับการช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย เพื่อที่จะนำไปใช้สำหรับการดูแลสุขภาพ และผิวพรรณให้แข็งแรง และดูดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้ไม่เกิดอันตรายต่อร่างกายตามมาด้วย 

สำหรับการกินคอลลาเจนนั้น ถ้าเกิดว่าต้องการที่จะกินเพื่อให้ช่วยบำรุงในส่วนของผิว เล็บ และผม ก็จะต้อง กินคอลลาเจนต่อเนื่องทุกวัน ไปอย่างน้อย 4 สัปดาห์ขึ้นไป ก็จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่หากว่าต้องการกินคอลลาเจนเพื่อให้บำรุงข้อต่อ และกระดูก ก็จะต้องกินคอลลาเจนไปแบบสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน ซึ่งการกินคอลลาเจนเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีไม่ว่าจะเป็นการกินเพื่อบำรุงในส่วนไหนก็ตาม จำเป็นที่จะต้องกินอย่างต่อเนื่องเท่านั้น เพื่อให้คอลลาเจนสามารถทำงานได้อย่างประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการกินคอลลาเจนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยในแต่ละบุคคลด้วยนั่นเอง


กินคอลลาเจนมากเกินไป เป็นอันตรายต่อร่างกายไหม

เมื่อได้ทราบกันแล้วว่า ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันในการกินคอลลาเจนนั้นเป็นอย่างไร ทั้งนี้ก็มีคำถามตามมาอีกว่า แล้วถ้าเกิดว่ากินคอลลาเจนเกินขนาด กินคอลลาเจนมากกว่าปริมาณที่เหมาะสมต่อวันแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายขึ้นหรือไม่ ในเรื่องนี้ก็ต้องบอกเลยว่ายังไม่มีงานวิจัยไหนเลยที่บ่งชี้ว่าการกินคอลลาเจนในปริมาณที่มากจะส่งผลอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงบางอย่างขึ้นแทน แต่เป็นผลข้างเคียงที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจมากเท่าไหร่ หากกินคอลลาเจนเกินกว่าปริมาณที่เหมาะสม ถ้าจะให้ดีมากที่สุดก็ควรกินคอลลาเจนให้พอดีต่อความต้องการของร่างกายดีกว่า และควรกินคอลลาเจนพร้อมวิตามินซี ยิ่งดีต่อการผลิตคอลลาเจนด้วย

กินคอลลาเจนมากเกินไป เป็นอันตรายต่อร่างกายไหม

แม้ว่าการกินคอลลาเจนจะเป็นสิ่งที่ไม่ทำให้เกิดอันตราย แต่รู้หรือไม่ว่าการฉีดคอลลาเจนเป็นสิ่งที่อาจจะทำอันตรายได้ ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้เลย นั่นก็เพราะว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีน โดยเป็นโปรตีนที่อยู่ในรูปแบบของไฟเบอร์จึงทำให้หากว่ามีการฉีดคอลลาเจนเข้าสู่เส้นเลือด หรือเส้นประสาท ก็จะส่งผลให้มีความเสี่ยงในการอุดตันของคอลลาเจนขึ้นได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้เลือดจะไม่สามารถส่งผ่านไปเพื่อเลี้ยงสมองได้นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นการฉีดคอลลาเจนจำเป็นต้องทำภายใต้ความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ และต้องผ่านการคัดคุณภาพของคอลลาเจนมากเป็นพิเศษด้วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้รับคอลลาเจนมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการฉีดคอลลาเจนก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การที่อาจจะทำให้ผู้รับคอลลาเจนแพ้สารในคอลลาเจนได้ เนื่องจากว่าในคอลลาเจนมักจะมีสารประกอบอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย โดยอาการแพ้ก็มาจากการที่ร่างกายอาจจะเข้าใจว่าคอลลาเจนเป็นสารแปลกปลอม จึงทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ระดับความรุนแรงของการแพ้คอลลาเจนก็ขึ้นอยู่กับบุคคลด้วย ซึ่งอาการแพ้อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากที่ฉีดคอลลาเจนทันที หรือเกิดขึ้นภายหลังจากที่รับคอลลาเจนผ่านไปแล้วเป็นสัปดาห์

นอกจากนั้นแล้วการฉีดคอลลาเจนยังอาจจะทำให้เสี่ยงเกิดการช้ำขึ้นในบริเวณที่ฉีด โดยในบริเวณที่ฉีดจะเป็นรอยแดง หรือรอยเขียวช้ำ ซึ่งเกิดขึ้นจากอาการเจ็บ แสบ และรวมถึงอาจจะมีอาการบวมบริเวณที่ฉีดคอลลาเจนได้ด้วย อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้จะสามารถหายไปเองได้ภายในเวลา 3-7 วัน อีกทั้งการฉีดคอลลาเจนยังสามารถทำให้เกิดตุ่นนูนบริเวณผิว ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ซึ่งปัญหานี้อาจจะมาจากการที่ผู้ฉีดไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้มากพอ จึงอาจจะทำให้ฉีดคอลลาเจนในตำแหน่งที่ตื้นมากเกินไปได้ หรือมีการใช้คอลลาเจนที่มีความเข้มข้นมากเกินไปนั่นเอง หากว่าเกิดตุ่มนูนขึ้นมาก็เสี่ยงที่จะทำให้ติดเชื้อ อักเสบ และทำให้ลุกลามไปเข้าสู่กระแสเลือดได้เลยด้วย


รู้หรือไม่ แหล่งที่สามารถหาคอลลาเจนได้ มีที่ไหนบ้าง ?

รู้หรือไม่ แหล่งที่สามารถหาคอลลาเจนได้ มีที่ไหนบ้าง ?

จากที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ก็คงจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้นแล้วว่า ปริมาณการกินคอลลาเจนต่อวันควรอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วหากกินเกินขนาดจะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้กินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะรู้แล้วว่าคอลลาเจนควรกินอย่างไร แต่เชื่อว่าหลายคนคงยังไม่รู้ว่าคอลลาเจนสามารถหามาได้จากแหล่งใดบ้าง ซึ่งแหล่งที่สามารถหาคอลลาเจนได้มีอยู่หลัก ๆ 3 แหล่งด้วยกัน ได้แก่

1. คอลลาเจนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง

แหล่งที่สามารถพบคอลลาเจนได้แหล่งแรก ก็คือ คอลลาเจนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ โดยตั้งแต่ช่วงวัยเด็กจนถึงช่วงอายุประมาณ 20 ปีปลาย ๆ ร่างกายของมนุษย์จะสามารถทำการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ มี วิธีที่ช่วยเพิ่มคอลลาเจน ให้กับร่างกายอย่างง่าย ๆ แต่ร่างกายของแต่ละคนก็จะมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน 

2. คอลลาเจนที่ได้จากอาหารเสริม

อย่างไรก็ตาม แต่ละคนก็มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน จนอาจจะทำให้ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ และอาจจะได้รับคอลลาเจนไม่เพียงพอต่อวัน หากรู้ว่าตัวเองเป็นเช่นนี้ก็ให้หาตัวช่วยในการเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกายด้วย อาหารเสริมคอลลาเจนดีกว่า โดยในปัจจุบันนี้อาหารเสริมคอลลาเจนก็มีให้เลือกซื้อกันหลากหลายมาก ๆ สามารถเลือกได้ตามที่ต้องการได้เลย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย 

คอลลาเจนที่มาจากอาหาร

3. คอลลาเจนที่มาจากอาหาร

อีกหนึ่งแหล่งที่สามารถเจอคอลลาเจนได้ คือ คอลลาเจนที่มาจากอาหาร โดยอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ร่างกายของมนุษย์สามารถที่จะสร้างคอลลาเจนได้เอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและมีอายุที่มากขึ้น ก็จะทำให้การสร้างคอลลาเจนของร่างกายลดน้อยลง จึงทำให้ต้องมีการเลือกกินอาหารเพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายด้วย ซึ่งตัวอย่างอาหารที่สามารถเสริมสร้างคอลลาเจน ได้แก่

 

  • โปรตีน เป็นอาหารที่สามารถสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดีเลย เนื่องจากว่าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีน จึงทำให้การใช้วัตถุดิบที่เป็นโปรตีนมาทำอาหาร ก็จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีการผลิตคอลลาเจนได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งอาหารที่เป็นโปรตีน เช่น อกไก่, เนื้อวัว, แซลมอน, ไข่ขาว ฯลฯ
  • พืชที่อุดมด้วยกรดอะมิโน สำหรับกรดอะมิโนก็ถือว่ามีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนเลย โดยในพืชผักหลากหลายชนิดที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนก็เป็นสิ่งที่ดี และควรกินเป็นอย่างยิ่งหากว่าอยากให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนมากขึ้น ซึ่งพืชที่อุดมด้วยกรดอะมิโน เช่น ควินัว, เมล็ดป่าน, เมล็ดเจีย ฯลฯ
  • ผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี สำหรับวิตามินซีก็นับว่าเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นมาก ๆ ในการช่วยสังเคราะห์คอลลาเจน อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการต่อต้านอนุมูลอิสระ สิ่งที่จะทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินที่มีอยู่ในร่างกายได้ ซึ่งผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี เช่น ส้ม, เบอร์รี, กีวี, สับปะรด, ฝรั่ง ฯลฯ
  • หอยนางรม เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ 3 ชนิด นั่นก็คือ ทองแดง สังกะสี และแมงกานีส โดยแร่ธาตุทั้งสามอย่างนี้มีส่วนสำคัญมาก ๆ ในการช่วยให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน ซึ่งในหอยนางรมก็จะมีแร่ธาตุเหล่านี้อยู่ในปริมาณที่มากทีเดียว จึงมีประโยชน์มากกับการช่วยให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนที่มากขึ้น
  • น้ำซุปต้มกระดูก เป็นอาหารที่ถือว่าเป็นแหล่งคอลลาเจนชั้นดีเลยก็ว่าได้ เพราะในขณะที่ต้มน้ำซุปก็จะมีคอลลาเจนถูกปล่อยออกมาอยู่เรื่อย ๆ สำหรับน้ำซุปที่ได้มาแล้วนั้นก็สามารถนำมาใช้สำหรับการทำอาหารต่อได้ นอกจากที่ในน้ำซุปจะมีคอลลาเจนแล้ว ก็ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและลีนโปรตีนสูงด้วย ซึ่งเป็นสารที่ดีต่อผิวพรรณมากเลยนั่นเอง ทั้งนี้กระดูกที่นำมาทำน้ำซุปก็สามารถใช้ได้ทั้งกระดูกหมู, กระดูกวัว, โครงไก่ และก้างปลาเลย

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นคำแนะนำดี ๆ ในการกินคอลลาเจนที่อยากให้ทุกคนได้เข้าใจกัน เนื่องจากว่าการกินคอลลาเจนไม่ใช่ว่าจะกินอย่างไรก็ได้ แต่ต้องกินให้ถูกต้อง กินในปริมาณที่เหมาะสม และกินให้ตรงกับความต้องการในการดูแลสุขภาพด้วย เพื่อให้การกินคอลลาเจนเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้จริง และสามารถที่จะช่วยดูแลสุขภาพให้ได้ รวมถึงไม่ทำให้เกิดอันตราย หรือว่าผลข้างเคียงบางอย่างตามมานั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการกินคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ดี แต่การกินให้ดีและเหมาะสมก็เป็นสิ่งที่ดี และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ควรจะเป็นมากกว่านั่นเอง ดังนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ด้วยหากว่าอยากกินคอลลาเจนแล้วได้ผลที่ดี


อ้างอิง


Warning: Trying to access array offset on value of type null in /srv/users/cordy2/apps/bkkmen/public/wp-content/themes/betheme 20 7 7/includes/content-single.php on line 281
Bumrungrut Pothisakda
Bumrungrut Pothisakda
พนักงานออฟฟิศและโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์ ผู้ชื่นชอบด้านแฟชั่น สุขภาพและการดูแลสุขภาพ เริ่มเขียนบทความและสร้างเว็บไซต์เพราะอยากแบ่งปันความชื่นชอบและเทคนิคต่าง ๆ ในการดูแลตัวเองสำหรับผู้ชาย